หน้าแรก:>>12 ขั้นตอน เคล็ดลับหน้าเด็ก กับนาฬิกาชีวิต

12 ขั้นตอน เคล็ดลับหน้าเด็ก กับนาฬิกาชีวิต

วิธีทำให้ดูเด็ก ถ้าอยากสวยใสเหมือนตอนสาว ๆ ต้องทำตามนาฬิกาชีวิต

Step1. เวลา 06.00 น. ตื่นนอน

ลืมความเชื่อผิด ๆ ที่ว่ายิ่งนอนนานหน้ายิ่งเด็กไปได้เลย เพราะ 6 โมงเช้านี่แหละคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลุกขึ้นจากเตียง

Step2 เวลา 06.00-06.30 น. ออกกำลังกาย

กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเซลล์ผิวหนังพร้อมเสริมความอ่อนเยาว์ให้หัวใจ ด้วยการออกกำลังแบบแอโรบิกที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ต่อเนื่อง เช่น เดินเร็ว วิ่ง ขี่จักรยาน กระโดดเชือกสัก 30 นาที (อย่างน้อย 150 นาที) ต่อสัปดาห์

 

Step3 เวลา 06.30-07.30 น. อาหารเช้า

หากอยากดูเด็กและอยากคุมน้ำหนัก มื้อเช้าสำคัญมากที่สุด และจะต้องมีสารอาหารครบ คือ มีแป้งเชิงซ้อนที่ดี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต มีโปรตีนที่ดี เช่น ไข่ต้มหรือลวก นมถั่วเหลือง มีผักผลไม้ และยังอาจจะเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระจากน้ำมะเขือเทศ หรือน้ำมะนาวที่คั้นสด และต้องไม่เติมน้ำตาลด้วย

Step4 เวลา 07.30-08.00 น. บำรุงผิว

ขั้นตอนในการดูแลผิวหน้าให้อ่อนวัยต้องเริ่มตั้งแต่การล้างหน้าที่ถูกต้อง เลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะกับสภาพผิว และหากคุณเป็นคนที่ผิวแห้งมาก คุณหมอแนะนำว่า ตอนเช้าแค่ล้างด้วยน้ำเปล่าก็พอ ส่วนคนผิวมันเป็นสิวง่าย ก็อาจจะเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ จากนั้น ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ตามสภาพผิว และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 (เป็นต้นไป) และต้องมีค่า PA+++

Step5 เวลา 08.00-12.00 น. ขยับตัวเข้าไว้

ช่วงเวลาแห่งการทำงานระหว่างวันอย่านั่งต่อเนื่องกันนาน ๆ เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า การนั่งนาน ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจได้พยายามหาโอกาสลุกขึ้นเดินไปเดินมา เช่น ไปถ่ายเอกสาร ไปปรึกษางาน นอกจากนี้ สำหรับสาวออฟฟิศที่ต้องนั่งมองจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน คุณหมอก็แนะนำให้ตั้งเวลาเลยว่า ทุก ๆ 20 นาทีคุณจะต้องพักสายตา โดยการมองไปไกล ๆ โดยเฉพาะมองต้นไม้ หรือบรรยากาศธรรมชาติสีเขียว ๆ สัก 20 วินาทีเป็นอย่างน้อย

Step6 เวลา 12.00-13.00 น. อาหารเที่ยง

ถึงเวลากินก็ต้องกินให้ตรงเวลา โดยอาหารกลางวันก็ควรประกอบด้วยแป้งเชิงซ้อนอย่างข้าวกล้อง และโปรตีนที่ดี เช่น เนื้อปลา ซึ่งปรุงโดยการนึ่งหรือต้ม และมีผักหรือผลไม้เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน งดกาแฟแสนแพงทั้งลาเต้ คาปูซิโน่ หรือชานมแก้วโปรด ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้คุณขาดทุนทั้งนั้น เพราะมีแต่พลังงานจากน้ำตาล และเมื่อคุณได้รับพลังงานมากเกินไป การเผาผลาญที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดอนุมูลอสิระซึ่งเป็นตัวการเร่งความแก่ หากอยากได้กาเฟอีนมากระตุ้นให้ตื่นตัว พร้อมได้ประโยชน์อย่างเต็มที่เลือกชาเขียวร้อน ๆ หรือกาแฟดำจะดีที่สุด

Step7 เวลา 13.00-17.00 น. ยึดเส้นยึดสาย

ระหว่างทำงาน นอกจากจะต้อง Keep Active แล้ว ควรเพิ่มการยืดเหยียด เพื่อป้องกันการปวดกล้ามเนื้อคอกล้ามเนื้อสะบัก ที่เราเรียกว่า Office Syndrome ด้วย และหากคุณรู้สึกหิวระหว่างทำงาน ก็อาจกินของว่างเป็นผลไม้ที่รสไม่หวาน เช่น ฝรั่ง แอปเปิล เป็นต้น

Step8 เวลา 17.00-19.00 น. มื้อค่ำ

มื้อสุดท้ายของวันควรจะจบลงก่อนหนึ่งทุ่มตรงเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมกับการกินดึก เช่น กรดไหลย้อน และเมื่อคุณอายุมากขึ้นการเผาผลาญก็จะลดลง ถ้าอยากรักษาหุ่น คุณหมอแนะนำให้คุณกินมื้อเย็นแต่น้อย “พยายามกินแป้งให้น้อยที่สุด เน้นเป็นผักกับโปรตีนที่ดี และก็ไม่ต้องกลัวว่าคุณจะขาดคาร์โบไฮเดรต เพราะต่อให้คุณไม่กินข้าวเลย ในผักและผลไม้ก็มีคาร์โบไฮเดรตอยู่”

Step9 เวลา 19.00-19.30 น. ทำความสะอาดใบหน้า

อย่าปล่อยเมคอัพไว้บนหน้าข้ามคืน คุณหมอบอกว่า “การนอนทั้งที่มีเครื่องสำอางนี่อันตรายมาก เพราะจะทำให้รูขุมขนกว้าง เครื่องสำอางอุตันตามรูขุมขน ดังนั้น ต้องล้างเครื่องสำอางให้สะอาด แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์ ผิวจะได้ไม่แห้ง”

Step10 เวลา 19.30-20.00 น. ช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย

ผ่อนคลายความเครียดที่สะสมมาทั้งวันด้วยการเล่นโยคะหรือนั่งสมาธิสักหน่อย เพราะฮอร์โมนความเครียดที่สะสมอยู่ เป็นอีกตัวการหนึ่งที่ทำให้คุณนอนหลับไม่ดี เมื่อนอนหลับไม่ดี ฮอร์โมนต่าง ๆ ที่จะออกมาซ่อมแซมร่างกายก็จะทำงานได้ไม่ดี เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้แก่เร็ว

Step11 เวลา 20.00-21.00 น. ปิดทุกอย่าง

ตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นไป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แทบเล็ตควรจะถูกปิดลง “งดแชทหรือเล่นเกมก่อนนอน เพราะแสงจากอุปกรณ์พวกนี้จะกระตุ้นให้คุณตื่น ทำให้นอนไม่ค่อยหลับหรือหลับฝันร้าย”

Step12 เวลา 22.00 น. เข้านอน

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับความอ่อนเยาว์ก็คือ “อย่านอนดึก” คุณหมอผิงชี้ว่า “คนที่นอนดึกจะหน้าเด็กยาก เพราะปัญหาขอบตาคล้ำ ตาบวม ตาเหี่ยว จะมาเยือนได้ที่สำคัญเวลาที่เรานอนก็เป็นช่วงที่ Growth Hormone หรือฮอร์โมนแห่งความเยาว์วัยจะออกมาซ่อมแซมร่างกายอีกด้วย” แนะนำท่านอนที่ดีที่สุดก็คือ “นอนหงาย”