ผิวเปล่งปลั่งด้วย Billberry บิลเบอร์รี่ ตัวช่วยต้านอนุมูวอิสระชั้นเลิศ

บิลเบอร์รี่(Bilberry) เป็นพืชสายพันธุ์ใกล้เคียง กับ Blubery ของแถบอเมริกาเหนือ เราจะพบบิลเบอร์รี่ มากในประเทศแถบยุโรป แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ในอังกฤษและยุโรปตอนเหนือ มักจะนิยมนำผลบิลเบอร์รี่สุกมาทำเป็นแยมมานานกว่า 100 ปีแล้วนอกจากนี้ยังนำส่วนของใบและก้าน ไปทำเป็นผลแห้งเพื่อทำเป็นผงชาสำหรับดื่มเพื่อสุขภาพกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย

โดยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดีเลิศ (Anti-oxidant) ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ ช่วยเสริมสร้างหลอดเลือดและผนังหลอดเลือดฝอย เพิ่มสีจอประสาทตาจึงช่วยให้ตาทนต่อแสงได้ดี

ประโยนช์ในด้านอื่นๆ ที่ร่างกายได้รับจากบิลเบอร์รี่

  • สารแทนนิน ในผลบิลเบอร์รี่สามารถบรรเทาอาการท้องเสีย อาการคลื่นไส้ และภาวะอาหารไม่ย่อยได้
  • สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ช่วยลดอาการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ที่ให้เกิดจุดด่างดำของผิวพรรณได้
  • สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ สามารถใช้ลดอาการอักสเบในช่องปาก และเยื่อบุช่องปากได้
  • สกัดจากผลบิลเบอร์รี่ สามารถลดอาการปวดเจ็บจากภาวะเส้นเลือดขอด
  • ในสารสกัดจากบิลเบอร์รี่เราจะพบสารที่เรียกว่า “Anthocyanosides” ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ที่จะช่วยป้องกันสารพิษที่จะเข้าสู่ร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ชรา และที่สำคัญคือช่วยป้องการสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้
  • สารต่อต้านอนุมูลอิสระในสารสกัดจากบิลเบอร์รี่จะสามารถช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาริ้วรอยก่อนวัยอันควร เร่งการผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่นสว่างใส แล้วยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกลูตาไทโอนทำให้ผิวขาวอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ

 

การรับประทานบิลเบอร์รี

การรับประทานผลสดบิลเบอร์รีอาจจะหารับประทานยากสำหรับในประเทศไทย จะสะดวกกว่าถ้าเราเลือกบิลเบอร์รีสกัดมาในรูปของอาหารเสริม ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคอลลาเจน และแคปซูล ปริมาณที่ควรบริโภคเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด เครื่องดื่มสกัดบิลเบอร์รีควรดื่มวันละ 6-12 มิลลิกรัมต่อวัน หรือในรูปแคปซูล 80-160 มิลลิกรัมต่อวัน หรืออาจจะรับประทานผลบิลเบอร์รีตากแห้ง สด หรือแยม ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป